เมื่อไม่กี่วันมานี้มีโอกาสได้ฟัง Podcast แล้วทำให้นึกย้อนไปถึง commencemnet speech ที่ได้ฟังตอนรับปริญญาเอกที่ Michigan State University เพราะทั้งสองอันนี้พูดเรื่อง "TRUST" หรือ "ความเชื่อใจ" เหมือนกัน
เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ได้ฟังเรื่อง Trust เป็นครั้งแรก ทำให้เปลี่ยนมุมมองในหลาย ๆ เรื่องไป เพราะ Commencment speaker ชาว Brazil ได้พูดถึงอเมริกาว่าเจริญมาได้ด้วยฐานของความเชื่อใจ เริ่มการทำงานจากการ trust ทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ลดลงเป็นอย่างมาก และยกตัวอย่างเรื่องการใช้ credit card ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใช้กันแพร่หลายมากนักในประเทศต่าง ๆ ในขณะที่อเมริกามีการใช้กันมาก แม้กระทั่งนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และมีร้านค้าที่รับ credit card เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็น eye opening ที่ถึงแม้อาจจะไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิตมากขึ้น เพราะปกติก็ "trust until proven otherwise" อยู่แล้ว เพียงแต่ได้ฉุกคิด และเอามาเป็น guiding principle ในการใช้ชีวิตในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา และค่อย ๆ ปรับไป เช่น ก่อนที่จะ trust จะต้องมีการเช็คเพื่อ validate ก่อนให้แน่ใจว่า trustworthy จากนั้นจึง trust unitl proven otherwise แต่เมื่อ proven otherwise ก็ต้องกลับมาดูว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วจะ trust ต่อได้รึเปล่า
เมื่อวานมาฟังเรื่อง trust แต่เป็นในอีกบริบทคือบริบทของ leadership ฟังแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจเลยมาหาข้อมูลเพื่ออ่านต่อ เพราะชอบใจความคิดที่เอา trust ซึ่งเป็นพื้นความคิดที่เชื่ออยู่ก่อนแล้ว มาต่อกับ leadership ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดว่าตัวเองมีอยู่น้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในบทบาทหน้าที่ปัจจุบัน พบว่าข้อมูลจากใน podcast มาจาก Harvard Business Review ที่ใส่ link ไว้ให้ เผื่ออยากอ่านภาษาอังกฤษหรืออ่านฉบับเต็มที่มีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม
ใน podcast พูดถึง Empowerment leadership ซึ่งต่างจาก leadership แบบเดิมที่สั่งการเพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ และความสำเร็จขึ้นกับ leader เป็นหลัก Empowerment leadership เป็นภาวะผู้นำที่ทำให้คนทำงานตระหนักถึงศักยภาพของตัวเอง และดึงออกมาใช้ให้เต็มที่ ยิ่งมี trust มาก ก็จะทำให้มี empowerment leadership มากขึ้น และได้พูดถึงการสร้าง trust ว่ามี driver อยู่ 3 เรื่องคือ authenticity, logic และ empathy และอธิบายร้อยเรียง 3 เรื่องนี้เข้ากันอย่างง่าย ๆ ว่าเราจะเชื่อใจใครเราจะต้องเชื่อว่าเรามีปฏิสัมพันธ์กับตัวตนเค้าจริง ๆ ไม่ใช่การเสแสร้ง (authenticity) และเชื่อมั่นในการตัดสินใจและสามิตถิยะ (competence) (logic) ของเค้า และเชื่อว่าเค้าสนใจเราและความสำเร็จของเรา (empathy) สามสิ่งนี้จึงเป็น 3 มุมของ triangle of trust
ข้อคิดอีกอย่างที่ได้จาก podcast และ Harvard Business Review article คือก่อนที่จะเป็น empowering leader ได้จะต้อง trust ตัวเองก่อน โดยต้องถามคำถาม 3 ข้อว่าเราจริงใจเปิดเผยกับตัวเองหรือไม่ เราดูแลและจัดการความต้องการของตัวเองรึเปล่า และเราเชื่อมั่นในความคิดและความสามารถของตัวเองรึเปล่า เมื่อได้อ่านถึงประเด็นนี้แล้วเลยลองมา reflect กับตัวเอง แล้วพบว่า "Trust" ที่เราคิดว่าเป็น guiding principles ของเรามาตลอดนั้น ถ้าดูตาม triangle of trust แล้ว เราลืมที่จะ trust ตัวเองไปจริง ๆ โดยเฉพาะประเด็น empathy และ logic น่าจะถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของเราเองเพื่อค่อย ๆ สร้าง mindset ของ "In myself, I trust"
Comments
Post a Comment